วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

Port ที่สำคัญ





1. VGA Port  วีจีเอ พอร์ต  พอร์ตนี้สำหรับต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับมอนิเตอร์ เป็นพอร์ตขนาด 15 พิน ในคอมพิวเตอร์บางเครื่องอาจจะติดตั้งการ์ดสำหรับถอดรหัสสัญญาณ MPEG เพิ่มเข้ามาซึ่งลักษณะของพอร์ตนั้นจะคล้าย ๆ กันแต่การ์ด MPEG จะมีพอร์ตอยู่สองชุดด้วยกันสำหรับเชื่อมไปยังการ์ดแสดงผลหนึ่งพอร์ต และต่อเข้ากับมอนิเตอร์อีกหนึ่งพอร์ต ดังนั้นเครื่องใครที่มีพอร์ตแบบนี้ ก็ควรจะบันทึกไว้ด้วย เพราะไม่งั้นอาจจะใส่สลับกัน จะทำให้โปรแกรมบางตัวทำงานไม่ได้

2. IEEE1394 Port  เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า FireWire (บริษัทโซนี่เรียกว่า I-Link) เป็นพอร์ตที่ใช้สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งก็มีในเมนบอร์ดบางรุ่น พอร์ตนี้จะใช้สำหรับต่อพ่วงกับ สแกนเนอร์ กล้องดิจิตอลระดับไฮเอนด์ กล้องดิจิตอลวิดีโอ ฮาร์ดดิสก์ที่มีพอร์ตแบบ Firewire โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้ต่อกับ กล้องดิจิตอลวิดีโอ เนื่องจากการที่ สามารถควบคุมการทำงานของกล้องผ่านเครื่อง
คอมพิวเตอร์ได้โดยตรง

3. Serial Port  พอร์ตอนุกรม หรือเรียกอีกอย่างว่า COM Port (Communication Port) ลักษณะจะเป็นพอร์ตตัวผู้มีขาสัญญาณ 9 ขา มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลอยู่ที่ 0.1 Mbps ลักษณะการงานของพอร์ตอนุกรมนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับอุปกรณ์รุ่นเก่าๆ เช่น โมเด็ม เมาส์ เป็นต้น สำหรับในปัจจุบันอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้หันไปใช้การเชื่อมต่อผ่านทางพอร์ต USB ที่มีความเร็วการรับส่งข้อมูลมากกว่าดังนั้นในปัจจุบันจึงไม่พบพอร์ตอนุกรมในโน้ตบุ๊คซักเท่าไหร่

4. Pararell Port  พอร์ตขนาน หน้าที่ของพอร์ตตัวนี้ก็คือใช้สำหรับติดต่อกับเครื่องพิมพ์เป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้สามารถใช้งานร่วมกับสแกนเนอร์ หรือว่าไดรฟ์ซีดีอาร์ดับบลิวได้ด้วย พอร์ตแบบนี้มีขนาดยาวกว่าพอร์ตอนุกรมทั่ว ๆ ไป โดยมีจำนวนพินเท่ากับ 25 พิน สังเกตได้ง่าย
          • พอร์ตขนานจะมีรู 25 รู (พอร์ตนี้จะเป็นตัวเมีย หมายถึงมีรูที่ตัวพอร์ต)
          • พอร์ตนี้จะต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องพิมพ์ เทปไดร์ฟ สแกนเนอร์ เป็นต้น
          • สามารถต่อความยาวไม่มากนัก แถมมีราคาแพงกว่าสายของพอร์ตอนุกรมด้วย
          • การส่งสัญญาณจะส่งได้เร็วกว่าพอร์ตอนุกรม

5. พอร์ต PS/2  เป็นพอร์ตที่ใช้เชื่อต่อกับเมาส์หรือคียบอร์ดภายนอก เนื่องจากคียบอร์ดโน้ตบุ๊คมีความแตกต่างกับคีย์บอร์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ซึ่งทำให้ใช้งานไม่คล่องตัว และการใช้ทัชแพดของโน้ตบุ๊คก็สะดวกสู้การใช้เมาส์ไม่ได้ แต่ในปัจจุบันคีย์บอร์ดและเมาส์ของโน้ตบุ๊คที่มีการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB มีขายมากมายตามท้องตลาด ดังนั้นปัจจุบันจึงไม่พบพอร์ตชนิดนี้ในโน้ตบุ๊ค

6. พอร์ต USB  เป็นพอร์ตการเชื่อมต่อที่มีความจำเป็นกับการงานคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน เนื่องจากอุปกรณ์ภายนอกหลายๆชนิดนิยมใช้พอร์ตนี้ในการติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์หรือตัวโน้ตบุ๊ค ตัวอย่างของอุปกรณืที่ใช้พอร์ต USB ได้แก่ เครื่องปรินท์เตอร์ เมาส์ อุปกรณ์เก็บข้อมูลและกล้องดิจิตอล เป็นต้น ความเร็วของการรับส่งข้อมูลผ่านพอร์ต USB ถ้าเป็น USB 1.1 จะมีความเร็วอยู่ที่ 12 Mbps แต่ถ้าเป็นพอร์ตแบบ USB 2.0 แล้วจะมีความเร็วการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็น 480 Mbps

7. พอร์ต DVI  เป็นพอร์ตที่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อกับจอ LCD หรือเครื่องโปรเจ็คเตอร์ที่อยู่ภายนอก โดยมีการรับส่งข้อมูลแบบดิจิตอล จึงทำให้ไม่ต้องมีการแปลงข้อมูลจากอนาล๊อกเป็นดิจิตอลอีกครั้ง ส่งผลให้คุณภาพของการแสดงผลที่ได้จะมีประสิทธิภาพที่ดีและรวดเร็ว สำหรับพอร์ต DVI จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบ DVI-I ที่รองรับทั้งสัญญาณแบบดิจิตอลและอนาล็อก และแบบ DVI-D ที่รองรับได้เพียงสัญญาณดิจิตอลเท่านั้น

8. Multimedia Port  พอร์ตมัลติมีเดีย ปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง มักจะติดตั้งการ์ดเสียงมาให้ด้วย ซึ่งการ์ดนี้จะมีช่องสำหรับต่อกับลำโพง ไมโครโฟน และพอร์ตสำหรับต่อกับจอยสติ๊กอยู่ในตัวโดยพอร์ตต่าง ๆ นั้นจะใช้สีแสดงหน้าที่การทำงาน เช่น ช่องสำหรับต่อลำโพงจะใช้แจ๊กสีเขียว ส่วนไมโครโฟนจะแทนที่ด้วยสีแดง และสีอื่น ๆ สำหรับแทนที่ Line In และ Line Out นอกจากนั้นการ์ดเสียงรุ่นราคาถูก อาจจะไม่ใช้สีแสดงการทำงานของแจ๊กแต่ละตัว แต่จะมีสัญลักษณ์แสดงการทำงานสลักติดอยู่แทน

9. S-video เป็นพอร์ตที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้จอ TV โน๊ตบุ๊กรุ่นเก่าๆหน่อยจะมีพอร์ตนี้กันเยอะ แต่ในรุ่นใหม่ๆก็แทบไม่มีแล้วเพราะมีพอร์ตอื่นๆเข้ามาแทนที่ เช่น HDMI

10. e-SATA เป็นพอร์ตที่เอาไว้ต่อกับ External Hard disk หรือ Hard disk ธรรมดาก็ได้ โดยพอร์ต e-SATA นั้นจะมีความเร็วมีหลักการทำงานเช่นเดียวกับพอร์ต SATA บนเมนบอร์ดเลย ด้วยความเร็วสูงถึง 3000 Mbit/s แต่ในพอร์ต e-SATA จะมีแปลงหัวต่อให้สามารถใช้งานเป็นพอร์ต USB ได้ด้วย

11. Express Slot คือ พอร์ตอีกชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากบนเมนบอร์ด ซึ่งเอาไว้ ต่อกับการ์ดต่างๆ เพื่อเพอ่มประสิทธิภาพเครื่องให้สูงขึ้นสามารถทำงานได้หลายอย่างมากขึ้นเช่น Air Card , Sound Card หรือแม้กระทั่ง เพิ่มพอร์ต USB LAN โดยจะแบ่งกันเป็น 3 แบบหลักตามขนาดโดยในแต่ละเครื่องจะแตกต่างกันไป แต่ที่นิยมในปัจจุบันมากที่สุดจะเป็น Express Card 54

12. Card Reader คือ พอร์ตที่เอาไว้ใส่ การ์ดอ่านการ์ดต่างๆ MMC , MSD , CF และอื่นๆ แล้วแต่ผู้ผลิตว่าจะติดตั้งเครื่องอ่านการ์ดชนิดใดมาบางส่งใหญ่ที่นิยมกันก็ เช่น SD MMC

13. Modem Port  (พอร์ต RJ11) เป็นพอร์ตที่มีลักษณะคล้ายกับพอร์ต RJ45 แต่จะมีขนาดเล็กกว่า เนื่องจากตัวพอร์ต RJ11 มีเพียง 4 ขา ขณะที่ พอร์ต RJ45 มีจำนวนขา 8 ขา สำหรับหน้าที่ของพอร์ต RJ11 นั้นไว้สำหรับเชื่อมต่อกับโมเด็มผ่านทางสายโทรศัพท์ที่มีการเข้าหัวแบบ RJ11

14. LAN Port  (พอร์ต RJ45)  เป็นคอนเน็ตเตอร์ในการเชื่อมต่อสู่ระบบเครือข่ายซึ่งเป็นที่นิยมสูงมาก ทั้งบ้านเรือน จนถึงระดับองค์กรณ์ใหญ่ๆ ด้วยความเร็วสูงที่การเชื่อมต่อรูปแบบอื่นๆ ด้วยความเร็วตั้งแต่ 10,100 MB/s จนไปถึงระดับ 1 GB/s (1,000 MB/s) ใน Embedded PC รุ่นใหม่ๆ ก็อยู่ในระดับ 1 GB/s แทบทั้งนั้นเลย ด้วยความเร็วสูงขนาดนี้จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

15. พอร์ต SCSI ย่อมาจาก Small Computer System Interface: SCSI หรือเรียกแบบติดปากว่า สกัสซี เป็นอินเทอร์เฟซมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และบัส สามารถใช้ได้ตั้งแต่พีซีทั่วไปไปจนถึงเมนเฟรม ถึงแม้ว่าพีซีมักจะมาพร้อมกับอินเทอร์เฟซ ไอดีอี ก็ตาม แต่ข้อดีของ SCSI ใน Desktop PC นั่นคือ สามารถต่อสแกนเนอร์และอุปกรณ์อื่นๆ (เช่น CD-Rs, DVD-RAM, Zip drives เป็นต้น) รวมทั้ง hard drives ได้ด้วย SCSI cable chain เพียงตัวเดียว

16. พอร์ต IrDA เป็นพอร์ตสำหรับอุปกรณ์ไร้สายอุปกรณ์บางชนิดสามารถส่งข้อมูลทางคลื่อนแสงอินฟราเรดได้ พอร์ต IrDA ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ไร้สายได้ IrDA ย่อมาจาก Infrared Data Association เวลาส่งข้อมูล คุณควรวางอุปกรณ์ไรสายไว้ใกล้ๆ กับ พอร์ต เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งกีดขวางในการส่งข้อมูล เช่นเดียวกับเวลาที่คุณใช้รีโมทโทรทัศน์นั่นเอง อุปกรณ์ไร้สายที่มีพอร์ต IrDA ได้แก่ PDA, notebook, โทรศัพท์เคลื่อนที่, แป้นพิมพ์, เมาส์, และ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น อุปกรณ์เหล่านี้เป็นอุปกรณ์ที่มีพอร์ต IrDA ความเร็วสูง บางครั้งเรียกได้ว่าเป็น พอร์ตอินฟราเรดความเร็วสูง

17. พอร์ต RJB  สำหรับต่อเพื่อใช้ในการแสดงผลบนจอภาพภายนอกอื่นๆ ลักษณะการเชื่อมต่อจะเป็นแบบอนาล็อกสามารถต่อได้ทั้งจอแบบ CRT และ LCD


18. HDMI  หรือ ย่อมาจาก High-Definition Multimedia Interface ตามที่ชื่อบอกเลยว่ารองรับงานมัลติมีเดียเต็มที่ ด้วยพอร์ตที่เชื่อมต่อกับเครื่องเล่น HDMI ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวก LCD TV หรือ เครื่องเสียง โดยในสาย HDMI จะรวบร่วมสัญญาณดิจิตอลทั้งภาพและเสียงที่ส่งไปในสาย HDMI เส้นเดียว ทำให้มีความสะดวกเพราะไม่ต้องต่อสายหลายสายให้วุ้นวาย โดยในโน๊ตบุ๊กสมัยใหม่ที่รองรับก็จะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ใช้งานได้เลย โดยสาย HDMI รองรับการส่งข้อมูลสูงสุดประมาณภาพยนตร์ HD 1080p

19. สล็อต PCMCIA ใช้สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆของโน้ตบุ๊ค เช่น การ์ดโมเด็ม การ์ดเมมโมรี่หรือไดร์ฟต่างๆที่เป็นแบบติดตั้งภายนอก โดยจะมีลักษณะเป็นการ์ดหรือที่เรียกว่า PC Card การ์ด PCMCIA

20. Thunderbolt เป็นพอร์ตที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง Intel และ Apple ซึ่งได้ติดตั้งมาแล้วในMacBook Pro รุ่นปี 2011 โดย Thunderbolt port สามารถเล่นวิดีโอที่มีความละเอียด 1080p ได้พร้อม ๆ กันถึง 4 เรื่อง และยังสามารถถ่ายโอนข้อมูลของไฟล์ขนาด 5 GB จาก Hard drive ไปยังคอมพิวเตอร์ภายในเวลาประมาณ 10 วินาที เท่านั้น แต่ว่าอุปกรณ์ที่รองรับยังน้อยอยู่ และยังมีศตรูอย่างUSB 3.0 ที่ทำให้เกิดได้ยาก 

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

คำศัพท์ ครั้งที่ 3

1. Denial of Service :  เป็นการถูกโจมตีหรือถูกส่งคำร้องขอต่างๆ จากเครื่องปลายทางจำนวนมาก ซึ่งทำให้เครื่องแม่ข่าย(Server) ที่เปิดให้บริการต่างๆ ไม่สามารถให้บริการได้

2. Physical Control :  การป้องกันทางกายภาพ การมีมาตรการการเข้าถึงศูนย์คอมพิวเตอร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น รวมทั้งมีระบบสำรองข้อมูล

3. Hardware Control :  การควบคุมความปลอดภัยของระบบโดยฮาร์ดแวร์ โดยเลือกใช้เทคโนโลยีทางด้านฮาร์ดแวร์ ที่สามารถควบคุมการเข้าถึง และป้องกันการทำงานผิดพลาดด้วยอุปกรณ์ภายในตัวเอง

4. PKI :  ระบบป้องกันข้อมูลการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต PKI จะใช้กุญแจคู่ ในการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล

5. Electronic Attack :  การโจมตีระบบด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะลดประสิทธิภาพ ทำให้ใช้การไม่ได้ หรือทำลายขีดความสามารถในการทำงานของเครือข่ายให้น้อยลง

6. Salami Attack :  การโจมตีที่เป็นการก่ออาชญากรรมในการทำธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยการเข้าไปในเครือข่ายแล้วแอบเอาเศษเงินที่เป็นทศนิยมโอนเข้าบัญชีตัวเอง

7. Private key :  กุญแจส่วนตัว ซึ่งใช้ถอดรหัสข้อมูล  เนื่องจากความต้องการที่จะรักษาข้อมูลให้เป็นความลับ จึงต้องมีการแปลงข้อมูลโดยการเข้ารหัสข้อมูล  เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นสามารถอ่านข้อมูลนั้นได้ โดยให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

8. Honeypots :  ระบบข้อมูลไฟร์วอล เราน์เตอร์เว็บเซิร์ฟเวอร์เซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลไฟล์และเหมือนกับระบบทั่วไป แต่ไม่ได้ทำงานจริงความแตกต่างหลักระหว่าง honeypots และของจริงคือการกระทำบน honeypots มาจากผู้บุกรุกที่พยายามจะเข้าสู่ระบบในที่นี้นักวิจัยจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีของแฮกเกอร์ว่าโจมตีอย่างไรทำอะไรหลังจากที่เข้าระบบและติดต่อสื่อสารอย่างไรหลังโจมตี

9. Electronic Warfare :  เป็นการทำลายระบบคอมพิวเตอร์สร้างความเสียหายกับข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้คอมพิวเตอร์หยุดทำงานการลบข้อมูลในหน่วยความจำ


10. Security Violation : การล่วงล้ำความปลอดภัยการที่ผู้ใช้หรือบุคคลอื่นข้ามผ่านหรือเอาชนะการควบคุมของระบบให้ได้มาซึ่งการเข้าถึงข้อมูลในระบบหรือการเข้าถึงทรัพยากรของระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559

คำศัพท์ ครั้งที่ 2

1.Worm : โปรแกรมอิสระที่สามารถทำสำเนาข้ามเครือข่ายได้ จึงแตกต่างจากไวรัสตัวอื่นวอร์มจะทำการกระจายไวรัสโดยผ่านแลนหรืออินเทอร์เน็ต, การสื่อสารทางอีเมล์ หรือผ่านระบบความปลอดภัยที่บกพร่องของ operating system

2.Intrusion Prevention System :  ระบบที่คอยตรวจจับการบุกรุกของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี รวมไปถึงข้อมูลจำพวกไวรัสด้วย โดยสามารถทำการ วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านเข้าออกภายในเครือข่ายว่า มีลักษณะการทำงานที่เป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อระบบเครือข่ายหรือไม่ โดยระบบ IDS นี้ จะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทราบ

3.Cracker :  ผู้ที่ลักลอบบุกรุกเข้าใช้ระบบโดยผิดกฎหมาย เพื่อจุดประสงค์ใดๆ อาจบุกรุกเพื่อการทำลายระบบและรวมทั้งการลักลอบขโมยข้อมูลของบุคคลอื่นเพื่อไปเป็นประโยชน์ โดยการกระทำของ cracker มีเจตนามุ่งร้ายเป็นสำคัญ

4.Data Driven Attack :  การโจมตีรูปแบบหนึ่งที่ข้อมูลถูกเข้ารหัสให้ดูเหมือนเป็นข้อมูลธรรมดาและเมื่อผู้ใช้หรือ process ใช้ หรือ execute ข้อมูลนี้ การโจมตีก็จะเริ่มขึ้น

5.False Negative : การเกิดมีการบุกรุกเกิดขึ้นแต่ระบบไม่ทำการป้องกันแต่เปิดโอกาสให้เกิดการบุกรุกขึ้นโดยระบบคิดว่าปลอดภัย

6.Network Security Officer :  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเครือข่าย ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากผู้ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ให้มีการปฏิบัติอย่างถูกต้องในเรื่องที่เกี่ยวข้องภายในระบบข้อมูลอัตโนมัติ

7.Backdoor :  จะมีหลักการทำงานเหมือนกับ client-server ซึ่งตัวมันเองจะทำหน้าที่เปิดทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถรีโมทเข้าไปเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่แล้วจะมากับการติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ผิดกฎหมาย

8.Encryption : การเข้ารหัส หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับไม่ให้ข้อมูลความลับนี้ถูกอ่านได้ โดยบุคคลอื่น แต่ให้ถูกอ่านได้โดยบุคคลที่เราต้องการให้อ่านได้เท่านั้น โดยการนำเอาข้อ ความเดิมที่สามารถอ่านได้ (Plain text,Clear Text) มาทำการเข้ารหัสก่อน เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อความเดิมให้ไปเป็นข้อความที่เราเข้ารหัส (Ciphertext) ก่อนที่จะส่งต่อไปให้บุคคลที่เราต้องการที่จะติดต่อด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสามารถที่จะแอบอ่านข้อความที่ส่งมาโดยที่ข้อ ความที่เราเข้ารหัสแล้วซึ่งทำได้โดยใช้โปรแกรม

9. Threat : ภัยคุกคามหรือสิ่งที่ละเมิดระบบรักษาความปลอดภัยและอาจก่อให้เกิดผลกระทบซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบที่ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่น โดยทั่วไปแล้วจะขัดต่อหลักกฎหมาย

10.Hacker  :  ผู้ที่หาทางเจาะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต อาจจะเพื่อความสนุก หรือเพื่อการโจรกรรมและทำลายข้อมูลเป็นคำที่ใช้แทนคำว่า แฮกเกอร์ เพื่อให้คำว่าแฮกเกอร์ยังคงความหมายเดิมว่าเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมและแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ได้เก่ง

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

คำศัพท์ ครั้งที่1

1. Cryptography : การทำให้ข้อมูลที่จะส่งผ่านไปทางเครือข่ายอยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถอ่านออกได้ ด้วยการเข้ารหัส 

2. Integrity :  ความสมบูรณ์ การรับรองว่าข้อมูลจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงหรือทำลายไม่ว่าจะด้วยอุบัติเหตุหรือเจตนาร้าย

3. SPAM : การส่งอีเมล์ที่มีข้อความโฆษณาไปให้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้รับ โดยส่วนใหญ่ทำเพื่อการโฆษณาเชิงพาณิชย์ มักจะเป็นสินค้าที่น่าสงสัย หรือการเสนองานที่ทำให้รายได้อย่างรวดเร็ว หรือบริการที่ก้ำกึ่งผิดกฎหมาย

4. Computer Security : ความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ระเบียบการทางเทคนิคและทางการบริหารที่นำมาใช้กับระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มั่นใจถึงความพร้อมใช้งาน

5. Decryption : ขบวนการถอดรหัสข้อมูลโดยอาศัย Decryption Key ทำการแปลง Cipher Text กลับมาเป็น Plain Text ที่สามารถอ่านได้

6. Digital Signatures : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กลุ่มของตัวเลขกลุ่มหนึ่งซึ่งแสดงความมีตัวตนของบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งจะใช้ในการแนบติดไปกับเอกสารใดๆ ก็ตามในรูปแบบของไฟล์ เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่ในไฟล์นั้นๆทำนองเดียวกับการลงลายมือชื่อด้วยหมึกลงบนกระดาษ เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่บนกระดาษนั่นเอง 

7. Confidentiality : การรักษาความลับของข้อมูลเพื่อไม่ให้ผู้ไม่มีสิทธิ์ในการใช้งานสามารถใช้ข้อมูลนั้นได้ 

8. Cipher Text : ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสเอาไว้ไม่สามารถอ่านได้

9. Availability : ความพร้อมใช้ การรับรองว่าข้อมูลและบริการการสื่อสารต่าง ๆ พร้อมที่จะใช้ได้ในเวลาที่ต้องการใช้งาน
  
10. Firewall : เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายซึ่งมีทั้งอุปกรณ์ Hardware และ Software โดยหน้าที่หลักๆของ Firewall นั้นจะทำหน้าที่ควบคุมการใช้งานระหว่าง Network ต่างๆ